* บทความล่าสุด

ดวงเมืองกรุงเทพ
(ดู : 101 | ตอบ : 0 )
โดย : admin
เมื่อวันที่ : 18 10 2560, 10:53:43
Last Post
วิธีดูเหรียญครูบาอินโต ปี2508 วัดบุญยืน จังหวัดพะเยา
(ดู : 878 | ตอบ : 2 )
โดย : admin
เมื่อวันที่ : 15 06 2560, 00:06:25
Last Post
วิธีดูเหรียญหลวงปู่โต๊ะ รุ่นแรก ปี 2512
(ดู : 555 | ตอบ : 0 )
โดย : admin
เมื่อวันที่ : 04 06 2560, 10:51:30
Last Post
วิธีดูเหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นแรก
(ดู : 560 | ตอบ : 12 )
โดย : admin
เมื่อวันที่ : 08 04 2560, 01:56:37
Last Post
ปัจจัยในการเลือกซื้อเพชรง่ายๆ เนื่องจากปัจจัย 2 ประการ คือ
(ดู : 641 | ตอบ : 0 )
โดย : jewelryindeed
เมื่อวันที่ : 16 04 2559, 08:12:54
Last Post
'ม่อนเปี๊ยะ'พระธาตุแห่งการขอฝน
(ดู : 1987 | ตอบ : 0 )
โดย : siammongkol
เมื่อวันที่ : 14 03 2557, 11:58:32
Last Post
"นะ"ตำรับหลวงพ่อโฉมวัดตำหนัก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
(ดู : 1972 | ตอบ : 0 )
โดย : siammongkol
เมื่อวันที่ : 15 12 2556, 19:53:37
Last Post
ตำหนิวิธีดูเหรียญข้าวหลามตัดเนื้อเงิน ปี 17 หลวงปู่สิม
(ดู : 4207 | ตอบ : 0 )
โดย : siammongkol
เมื่อวันที่ : 17 11 2556, 13:13:53
Last Post

* หัวข้อยอดนิยม

ผู้เขียน หัวข้อ: "นะ"ตำรับหลวงพ่อโฉมวัดตำหนัก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี  (อ่าน 1972 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ siammongkol

  • บูชาพระเครื่อง และวัตถุมงคลที่ : www.siammongkol.com
  • ผู้ดูแลเว็บไซต์
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 10
  • พระเครื่องสยามมงคล
    • ดูรายละเอียด
    • http://aboutus.siammongkol.com


"นะ"ตำรับหลวงพ่อโฉมวัดตำหนัก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี : ชั่วโมงเซียน โดย อ.โสภณ

          ปทุมธานี หรือ เมืองสามโคก ในอดีตเป็นอีกจังหวัดหนึ่งซึ่งมีประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค้า ควบคู่กับกรุงศรีอยุธยา มีชาวมอญที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารแห่งองค์พระพุทธเจ้าหลวงเมื่อครั้งในอดีต ดังนั้นศิลปะหลายแขนงยังมีการสืบทอดจนถึงปัจจุบัน และอีกแขนงที่กล่าวถึงนั้นก็คือสายวิชาพระเวชวิทยาคม การลงอักขระ ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง ซึ่งยังมีการสืบทอดพระเวทย์สายรามัญ จนถึงปัจจุบันจากรุ่นสู่รุ่นมิได้น้อยไปกว่าที่อื่นเลย เช่น เจ้าคุณรามัญมุณี วัดบางหลวง หลวงพ่อช้าง วัดเขียนเขต หลวงพ่อญัติ วัดสายไหม หลวงปู่ด๊วด วัดคลองสี่ หลวงพ่อเทียน วัดโบสถ์ และอีกมากมายหลายท่าน
   
          นอกจากนี้ยังมีหลวงพ่อจ่าง เกศโร วัดไผ่ล้อม อำเภอสามโคก ท่านเป็นเกจิคณาจารย์ยุคเก่า ผู้เรืองเวทย์วิทยาคมอย่างมากในสมัยนั้น ท่านมีความเชี่ยวชาญ ในเรื่องกรรมฐานและลงอักขระบนตะกรุด ที่มีอานุภาพทางคงกระพันชาตรี ยิ่งนักเลงในย่านนั้นนิยมเคียนตะกรุดของหลวงปู่จ่างทั้งหมด ซึ่งในปัจจุบันผู้สืบสานพุทธานุคมสายหลวงปู่จ่าง ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ก็คือ หลวงพ่อโฉม เจ้าอาวาส วัดตำหนัก  ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี นั้นเอง
   
          หลวงพ่อโฉม เตชวโร หรือ พระครูปทุมอรรถสุนทร ท่านมีนามเดิม ว่า นายบุญถม นามสกุล ภู่ห้อย เกิดวัดเสาร์ เดือน ๓ ปีกุล พ.ศ.๒๔๖๖ เป็นบุตรคนโตในบรรดาพี่น้อง ๓ คนของคุณพ่อฉิน(หลวงพ่อฉิน) คุณแม่แจ๋ว ภู่ห้อย จบการศึกษาระดับ ป.๔ จากโรงเรียนสามมัคคิยาราม จากนั้นเมื่ออายุได้ ๒๐ ปี ท่านได้สมัครเป็นทหารรับใช้ชาติอยู่ ๒ ปี จากนั้นอายุ ๒๒ จึงได้อุปสมบท ณ วัดป่างิ้ว โดยมีพระครูถาวรกิจโกศล (ฟ้อน โชติปาโล) เป็นพระอุปฌาย์ จากนั้นเพียง๑ พรรษา ท่านก็ลาสิกขาออกมาช่วยโยมพ่อ โยมแม่ทำนาเลี้ยงน้องในฐานะพี่ชายคนโต และท่านได้สมรสและมีบุตรธิดา ทำอาชีพสุจริต
   
          ยามว่างท่านมักจะไปขอเรียนวิชากับหลวงพ่อฉิน (บิดาของท่าน เสมอ) และมักไปต่อวิชากับหลวงพ่อหอม วับางเตยกลาง สองศิษย์เอกแห่งหลวงพ่อจ่างวัดไผ่ล้อม อยู่เป็นประจำจนชำนาญ และหลวงพ่อท่านได้นำวิชาที่ร่ำเรียนมาสงเคราะห์ชาวบ้านในละแวกนั้นตั้งแต่ยังเป็นฆราวาส จนกระทั่งเมื่อครั้งที่ท่านอายุ ๔๐ ปี ท่านเกิดเจ็บหนักจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ท่านจึงอธิษฐานว่า หากท่านรอดไปได้ ท่านจะใช้ชีวิตที่เหลือ ขอถวายพระศาสนา เมื่อท่านหายป่วย จึงได้อุปสมบทอีกครั้งที่วัดดอกไม้ โดยมีพระครูธีรานุวัตร (หลวงพ่อหอม) วัดบางเตยกลาง เป็นพระอุปฌาย์
   
          หลังจากอุปสมบท แล้วท่านก็ยังไปศึกษาเพิ่มเติมในบางวิชาและฝึกกรรมฐานขั้นสูง จากทั้ง หลวงพ่อฉิน และหลวงพ่อจ่าง วัดไผ่ล้อม โดยอาศัยการลงตัว นะ เพียงตัวเดียวเท่านั้น และหลวงพ่อโฉม ท่านได้ลงตะกรุด แบบนี้แล้วแจกให้ลูกศิษย์ ไว้ใช้จนเป็นที่ประจักษ์ ด้านแคล้วคลาด คงกระพันในพื้นที่แถบสามโคก
   
          หลวงพ่อโฉม อธิบายว่า “นะ” ของท่านว่า ตัว นะ นี้เป็นต้นแบบเป็นประธานแห่งมนต์ทั้งหมด มนต์สำคัญๆ ก็ต้องขึ้นต้นด้วยนะทั้งนั้น เวลาพระเจริญพุทธมนต์ท่านต้องตั้งนะ ก่อนคือนะโมทุกครั้งและที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น นะใดๆ ทั้ง๑๐๘ นะ ที่ท่านได้ศึกษามาก็ล้วนปลุกเสกด้วยคาถาแม่บทซึ่งกล่าวถึงตัว นะไว้หมดสิ้นคือ "นะรานะระหิตังเทวัง นะระเทเวหิปูชิตัง นะรานังภามะยังเภหิ นะมามิสุคะตังชินัง"
   
          เมื่อเรานำตัวนะตัวแม่ของ นะ มาเป็นต้นเป็นประธานแล้ว อาราธนา นะตัวลูกทั้ง ๑๐๘ ประการ ดีกว่าใช้ นะเฉพาะ ซึ่งจะมีฤทธิ์ เพียงด้านเดียวไปครอบคลุมในทุกๆ ด้าน เมื่อนำ นะ มาลงในโลหะม้วนเป็นตะกรุดแล้วตะกรุดนั้น ก็จะมีพุทธคุณมากมายดุจฝอยท้วมหลังช้างเรียก ว่า ๑๐๘ นะ ทั้งเมตา มหาเสน่ห์ มหานิยม แคล้วคลาด คงกระพัน กันอาวุธ
   
          ในเรื่องการปลุกเสก หลวงพ่อโฉม บอกว่า อักขระเลขยันต์นั้นจะมากน้อยไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่จิตผู้เสกจิตดีปกติแจ่มใส สุขภาพดี เป็นสมาธิ แน่แน่ว เรื่องเวลานั้นไม่สำคัญสัก ๑๐ ถึง ๒๐ นาที ก็ใช้ได้ แต่ถ้าจิตไม่ดี ไม่มีสมาธิ นั่งเสกกันทั้งวันก็ไม่เกิดประโยชน์ และอีกอย่างคือ ปฏิภาคนิมิต คือนิมิตที่เราขึ้นตามจิตแห่งตน ลงอักขระเลขยันต์เยอะแยะมากมาย แต่นิมิตปฏิภาคไม่เกิดก็เท่านั้น สู้ลงนะตัวเดียว ปฏิภาคนิมิตเกิดเห็น นะ นั้นชัดเจน ปรากฏขึ้นไม่ได้เป็นว่า มันอยู่ที่จิต สมาธิเป็นสำคัญ
   
          ส่วนเรื่องการทำเครื่องรางของขลัง ของหลวงพ่อโฉม โดยเฉพาะตะกรุด หลวงพ่อท่านนิยมแบบโบราณคือเขียนทีละแผ่นเรียกสูตรกันทีละตัวซึ่งท่านจะให้ความสำคัญมากมีลูกศิษย์แนะนำให้ท่านใช้วิธีการปั๊มตะกรุดแต่ ท่านบอกปฏิเสธไม่เอาเป็นอันขาด ท่านว่า มันไม่ได้เรียกได้เสมอไป  ทำหลอกเขา ข้าไม่เอา ถึงแม้ว่าปัจจุบัน หลวงพ่อท่าน ชราภาพมากแล้วก็ตาม แต่ตะกรุดของท่านยังใช้การจาร ยันต์ด้วยมือ ถึงท่าน มิได้จารด้วยตัวท่านเอง ทั้งหมด ทุกดอก แต่ท่านมอบหมายให้ลูกศิษย์ที่ท่านครอบครูแล้ว เป็นคนช่วยจารแล้ว ท่านจะลง ครอบและเสกกำกับ ด้วยตัวท่านเองทุกครั้ง เพราะหลวงพ่อท่านบอกว่ายังไงก็ดีกว่าปั๊มเอา เพราะมันทำและจารด้วยใจ จึงไมน่าแปลกว่า ตะกรุดของท่านมีประสบการณ์กันมากมาย
   
          หลวงพ่อโฉมท่านเป็นพระที่สมถะเรียบง่ายไม่สะสมทรัพย์สินใดๆ ใครให้ท่านทำอะไร ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงท่านสงเคาระห์ให้หมด ท่านเป็นพระโบราณ ที่พูดจริงทำจริง  เวลาทำวัตถุมงคลต้องดูฤกษ์ มงคล ต้องทำพิธีกรรมตามแบบโบราณ ไม่สุกเอาเผากิน ดังนั้นวัตถุมงคลของหลวงพ่อ จึงออกมาไม่กี่รุ่น และบางอย่างก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ


พระพรหมกับพระพุทธศาสนา
   
          ในพระพุทธศาสนานั้นยอมรับว่าพระพรหมเป็นเทพที่ปกป้องพระพุทธศาสนา เข้ามาเกี่ยวข้องกับพระบรมศาสดาหลายหนด้วยกัน เห็นง่ายๆ ก็คือ การอาราธนาให้แสดงธรรมเป็นเจ้าแรก ดังปรากฏในบทอาราธนาเทศน์ว่า “พรหมาจโลกาธิปติ สหัมปติ” อันเป็นการระลึกถึงการอาราธนาธรรม ของพระสหัมบดีพรหมนั่นเอง
   
          อีกทั้งหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ข้อหนึ่งก็เป็นพรหมวิหารคือ ธรรมะที่พระพรหมถือปฏิบัติเป็นประจำและผู้ที่จะได้ไปเป็นพรหมก็ต้องปฏิบัติเช่นนั้น คือ ๑.เมตตา คือ มีความสงสารและเห็นใจผู้ที่ด้อยกว่าและร้องขอความช่วยเหลือ ๒.กรุณา คือ ให้การสงเคราะห์ตามควรแก่กรณีที่จะทำได้ ๓.มุฑิตา คือ ให้ด้วยความบริสุทธิ์ไม่หวังในสิ่งตอบแทนภายหลังและให้โดยทั่วกัน และ ๔.อุเบกขา คือ ความเที่ยงธรรมไม่ลำเอียงเห็นแก่หน้าหรือการให้ความเสมอภาคนั่นเอง
   
          อย่างไรก็ตามตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจับัน พระพรหมจึงมีบทบาทในเครื่องรางของขลังของไทยตั้งแต่โบราณมา และสิ่งแรกที่เกิดขึ้นก็คือ ผ้ายันต์พระพรหม อันมีลักษณะสองอย่าง คือ ๑.เขียนเป็นใบพระพักตร์ของพระพรหมสี่หน้าซึ่งอยู่ในมุมผ้ายันต์แล้วกำชับด้วยอักขระทั้งปวง และ ๒.เป็นรูปพระมหาพรหมธาดา ประทับนั่งบนแท่นและมองเห็น พระพักตร์สามด้านแล้วลงอักขระกำกับเอาไว้

ที่มาของข้อมูล : คมชัดลึก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2017, 10:32:56 PM โดย admin »
เว็บไซต์ : www.siammongkol.com มี พระเครื่อง วัตถุมงคลและ เครื่องรางของขลัง หลายประเภทให้เลือก

 


ยอดนิยม(Hot Links)

วีดีโอคลิป เหรียญเปิดโลก หลวงปู่ดู่ ท้าวเวสสุวรรณ อ่านข่าว

แนะนำ(Reccommend)

สยามมงคลอมูเล็ทศูนย์รวมวัตถุมงคล บูชาวัตถุมงคลเสริมดวงชะตา เมตตามหานิยม อ่านข่าวหนังสือพิมพ์วันนี้ สยามเทวามงคล วัตถุมงคล เครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลอาจารย์สมราชฐ์